Travel Restaurant Traveller Traveller Aboard

เที่ยวอัลปาก้าฮิลล์ ชมฟาร์มอัลปาก้าและสัตว์เลี้ยงหายาก ที่สวนผึ้ง

    
เที่ยวอัลปาก้าฮิลล์ ชมฟาร์มอัลปาก้าและสัตว์เลี้ยงหายาก ที่สวนผึ้ง

เที่ยวอัลปาก้าฮิลล์ ชมฟาร์มอัลปาก้าและสัตว์เลี้ยงหายาก ที่สวนผึ้ง

By: Ningy

 

ธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย เรียกได้ว่าถ้าเปิดใหม่ หรือเป็นสถานที่ที่สวย และน่าสนใจ นักท่องเที่ยวอย่างเราก็ไม่ควรพลาดใช่ไหมค่ะ และในวันนี้ Ningy จะพาสาวๆ ไปท่องเที่ยวกันที่สวนผึ้งค่ะ

สวนผึ้ง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดราชบุรี  ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ ภูเขา และน้ำตก พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบสูง ภูมิประเทศของอำเภอสวนผึ้งนั้นขนาบด้วยเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนทางตะวันตกกั้นระหว่างประเทศไทยกับพม่า

เรามาเริ่มที่การเดินทางกันนะคะ การเดินทางไปอับลปาก้าฮิลล์นั้น Ningy เลือกใช้เส่นทาง 3208 วิ่งผ่านไปถึงตัวอำเภอสวนผึ้งไปทางบ้านอ้อมกอดขุนเขา ซึ่งจะเป็นคนละทางกับ The Scenery Resort & Farm ตามแผนที่ด้านล่างค่ะ

ยอมรับค่ะว่าระหว่างนั่งรถไปคนขับมีอาการท้ออย่างเห็นได้ชัด เพราะถนนเป็น 2 เลนส์ และมีการขึ้นลงเขาตลอดเวลา จากระยะทางที่ว่าไม่ไกล กลายเป็นนั่งรถนานมากกกก

 

เอาเป็นว่าเวียนหัว ถ่ายรูปถนน หนทางต่อไม่ไหว ทั้งๆ ที่บรรยากาศข้างทางดีมากๆ เพราะมีแต่ภูเขา 

 

อัลปาก้าฮิลล์คืออะไร?

อัลปาก้าฮิลล์เป็นฟาร์มเพาะพันธุ์อัลปาก้าแห่งแรกและแห่งเดียวของไทย อัลปาก้าของเราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในพื้นที่กว่า 250 ไร่ ในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ด้วยพื้นที่กว้างขวาง และบรรยากาศเหมือนที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ ทีมงานมืออาชีพและสัตวแพทย์ของเราช่วยให้เรามีอัลปาก้าที่ดีที่สุดและมีให้เลือกมากที่สุดในประเทศไทย

ย้อนไปเมื่อปี 2553 พันตรีหม่อมราชวงศ์พีรานุพงศ์ ภาณุพันธุ์ ได้พบความประทับใจกับ สัตว์เหล่านี้ระหว่างพักร้อนในประเทศเปรู ท่านได้ตั้งใจว่าจะนำพวกเขากลับมาเพื่อให้ชาวไทยได้ชื่นชม หลังจากศึกษาและค้นคว้าเป็นเวลาหลายปี ท่านสามารถพาอัลปาก้าฝูงแรกจำนวน 36 ตัวมาสู่ประเทศไทยได้เมื่อต้นปี 2555 จากประเทศออสเตรเลีย (ข้อมูลจาก  http://www.alpacahill.com/)

เอาหล่ะค่ะ เรามาเริ่มเที่ยวกันดีกว่านะคะ

พอมาถึงเราต้องไปติดต่อที่ออฟฟิศจำหน่ายตั๋วค่ะ ก่อนที่จะเข้าชมจะมีวีดีโอวิธีการเข้าชม ข้อห้าม และข้อระวังให้เราชมประมาณ 4 นาทีค่ะ

จุดจำหน่ายตั๋ว

พอชมวีดีโอเสร็จแล้วก็จะมีถุงผ้เมาให้เรา 1 ใบต่อคน ซึ่งในนั้นจะมีสิ่งของต่างๆ ให้ ขึ้นอยู่กับ package ที่เราเลือกซื้อ ซึ่ง Ningy เลือกซื้อ package VIP Express ซึ่งจะมีของให้ดังนี้

แต่สิ่งที่ขาดไปคือ ฟรี Photo Print  1 print อาจจะเป็นเพราะ Ningy เดินทางไปถึงที่นั่นเวลาประมาณ 15:45 นาที แต่ก่อนจะเข้าชมที่นี่จากที่ศึกษาข้อมูลมา แจ้งว่าต้องมีการจองล่วงหน้าทาง Internet ไปก่อน  Ningy ก็ได้ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง และได้จองไว้ในเวลา 16:00 น. ซึ่งก็ถือว่าเราไปก่อนเวลา 15 นาที แต่พนักงานกลับแจ้งว่าฟาร์มปิด 5 โมงเย็น แม่เจ้า! เวลา 1 ชั่วโมง ชั้นจะเดินทันไหมเนี่ย ว่าแล้วก็รีบๆ เลยค่ะ

หลังจากชมวีดีโอเสร็จแล้ว ก็จะมีรถกอล์ฟพาเราไปส่งที่ประตูทางเข้า แต่ขอบอกก่อนเลยนะคะ ว่าก่อนที่ท่านจะเข้าไป เตรียมใจไว้เลยค่ะ ว่าพนักงานบางทันจะพูดจากับเราไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นชาวต่างชาติค่ะ

ก่อนจะเข้าไปด้านใน เราต้องมีการทำความสะอาดรองเท้า โดยการเดินเหยียบไปที่อ่างที่ทางฟาร์มได้แช่น้ำยาไว้ หลังจากนั้น นำถุงคลุมรองเท้าสีฟ้า ตามรูปด้านบนสวมทับรองเท้าเราไปเลย พร้อมกับทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์

สถานที่แรกที่พนักงาน พาเราไปคือ Hamster Lover หรือพาเราไปดู เจ้าหนูแฮมเตอร์นั่นเอง

ถัดมาค่ะ พอเดินออกมา ก็เจอกับฝูงอัลปาก้า ที่ออกมาเดินเล่น ให้เรายลโฉมกันอย่างใกล้ชิด

นี่แหละคะ หน้าตาของเจ้าตัวอัลปาก้า พอเจอเจ้าอัลปาก้า Ningy ก็เอาอาหารที่ทางฟาร์มเตรียมไว้ให้มาป้อนเค้า แต่บางตัวก็ไม่ทานนะคะ เจ้าหน้าที่บอกว่า บางตัวจะเหม็นน้ำลายของตัวอื่น เลยจะไม่ทานร่วมกัน

นี่เป็นเพียงแค่ภาพบางส่วนนะคะ ซึ่งที่นี่นอกจากจะมีเจ้า อัลปาก้า แล้ว ยังมีสัตว์หายากชนิดอื่นๆ อีกด้วยค่ะ ตามไปชมกันเลยค่ะ

Cockatoo

Prairie Dog

Bunny House

เต่าบกที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก

จิงโจ้แคระ

​จิงโจ้แคระ

​จิงโจ้แคระ

 

 

อาจจะมีบางชนิดที่จำชื่อไม่ได้ต้องขออภัยด้วยนะคะ

ขอปิดท้ายด้วยภาพวิวภูเขาสวยๆ ที่ อัลปาก้าฮิลล์ นะคะ บ๊าย บายค่ะ

 



  
    

Tag : รีวิว: review; อัลปาก้า; alpaca; travel; สวนผึ้ง; ราชบุรี; ladytips; suanphuang; ratchaburi
เมื่อ : 20 ก.ย. 2557 03:24:30

Recommended Tips!